ชีวิตก่อนความตาย…จบกฎหมายแล้วไปไหน ตอน 4 ไปทำงาน ตอนย่อย 4.5 ” NGO”

Q : มึงทำงานไรอยู่วะ A : กูทำงาน NGO หวะ

Q : งาน NGV ของมึงคืออะไรวะ?  A : NGO ไม่ใช่ NGV มันเป็นองค์กรเอกชนโว๊ย ทำงานเกี่ยวกับเรื่องสิทธิ

Q : แล้วมันทำอะไรวะ เป็นงานพวกบำเพ็ญประโยชน์เหรอวะ ดีหวะมึง ใจบุญมาก ทำงานไม่เอาตังค์ด้วย  A : เออะ กูได้เงินเดือนนะ ……………….

NGO คืออะไร?

บท สนทนาข้างต้นเป็นบทสนทนาจริงๆ ที่ผมต้องตอบคำถามเพื่อนๆ อยู่เป็นประจำในช่วงที่ทำงาน NGO อยู่ ตอบแล้วตอบอีกกับคำถามเหล่านี้ ฉะนั้นผมเองในฐานะคนเคยทำงานและยังได้ร่วมงานกับ NGO อยู่บ้าง จึงขออนุญาตแบ่งปันประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำความรู้จักกับงาน NGO กันครับ

เมื่อจบกฎหมายได้วุฒิ น.บ. กันแล้วคนส่วนใหญ่หากจะทำงานก็มักจะกำหนดตัวเองไว้เบื้องต้นว่าไม่ทำงานภาค รัฐ หรือเอกชน ไปเป็นทนายความตามสำนักงาน หรือไปทำงาน Law Firm กัน

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ายังมีงานกฎหมายประเภทอื่นอีกที่เป็นองค์กรซึ่งไม่เป็น ทั้งหน่วยงานของรัฐ และไม่เป็นทั้งเอกชน  โดยมักจะทำงานในเชิงตรวจสอบการทำงานภาครัฐ หรือในงานที่สำคัญต่อสังคมแต่รัฐไม่ได้ทำ เป็นต้น แต่องค์กรนี้ก็ไม่ใช่เอกชนซะทีเดียวเนื่องจากไม่ได้มีเป้าหมายขององค์กร เพื่อแสวงหากำไรที่เป็นตัวเงินสูงสุด เราเรียกเป็นภาษาไทยว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” หรือจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “NGO” ย่อมาจาก Non-Governmental Organization

NGO มีเป็นจำนวนมากทั้งที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และที่เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคล โดยแต่ละองค์กรก็จะมีประเด็นที่ทำงานแตกต่างกันโดยมักเกี่ยวข้องกับเรื่อง สิทธิต่างๆ อาทิ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองเด็ก สตรี การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การรณรงค์เผยแพร่ประชาธิปไตย การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค การคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ปัญหาที่ดินทำกิน ฯลฯ ภาพงานของ NGO ในประเด็นต่างๆ ก็มีการทำงานตั้งแต่ระดับชุมชน ชาวบ้าน ถึงระดับชาติ ขึ้นอยู่กับระดับของปัญหาและเนื้อหาเรื่องนั้นๆ  ยกตัวอย่างชื่อองค์กร NGO เช่น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (enlaw) มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ilaw เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นต้น พูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือเป็นการทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน หรือประชาชนผู้เดือดร้อนทั้งจากการใช้อำนาจของรัฐ หรือจากสังคมที่อาศัยอยู่อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งมีทั้งแก้ไขความเดือดร้อนแบบ เฉพาะหน้าเพื่อให้คลี่คลายเป็นรายกรณี หรืออาจเป็นการทำงานเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรก็ได้

แล้วนักกฎหมายจะไปทำงานอะไรได้หละ?

ผม เชื่อว่าความคิดแรกๆ ของทุกคนเกี่ยวกับงาน NGO คือ ก่อม๊อบแน่ๆ ผมขออนุญาตให้ผู้อ่านลบภาพนั้นไปก่อนนะครับ  ด้วยความ NGO มีหลายกลุ่ม หลายองค์กรและแต่ละกลุ่ม องค์กร ก็มีประเด็นที่เป็นเป้าหมายแตกต่างกัน สำหรับนักกฎหมายที่อยากใช้ความรู้ทางกฎหมายที่ร่ำเรียนมา องค์กร NGO ที่จะได้ใช้ความรู้ทักษะด้านกฎหมายจะเป็นประเด็นด้านสิทธิต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน  งานด้านกฎหมายของ NGO มีตั้งแต่ไปเป็นทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย นักวิจัย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น NGO ที่ทำงานด้านพิทักษ์สิทธิเด็ก เมื่อมีกรณีได้รับแจ้งถึงการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิเด็ก การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก นักกฎหมายก็จะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเด็กและครอบครัวเพื่อให้เด็กได้ รับการคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือตามกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนจนถึงชั้นศาล เป็นต้น

เนื่องจากงาน NGO เรียกได้ว่าเป็นงานที่คนทำงานน้อยกว่าตัวงาน ฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานจะต้องใช้ความรู้ความสามารถหลากหลายในการทำงานต่างๆ ไม่ใช่ว่าจะใช้แต่ความรู้กฎหมายอย่างเดียว ทักษะสำคัญของการทำงานด้านกฎหมายใน NGO นอกจากความรู้กฎหมายทั่วๆไปแล้ว ต้องมีทักษะการประสานงาน หรือทักษะอื่นๆ ด้วย ซึ่งถ้าใครเป็นคนชอบทำงานลุยๆ ด้วยแล้ว งานนี้จะเป็นงานที่ท้าทายมาก  เพราะจะได้ติดต่อคนอย่างกว้างขวาง ต้องใช้ความสามารถที่หลากหลาย และการเดินทางทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง บางองค์กรอาจเรียกว่าการเดินทางเป็นงานหลักเลยก็ว่าได้

แต่หากใครไม่อยากทำงานที่ใช้กฎหมายโดยตรงแล้ว งาน NGO ก็ยังมีพื้นที่ได้ให้เข้าร่วมงานอีกมากมายเช่นกัน

แล้วได้เงินเดือนไหม

แม้ ว่า NGO จะเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร และไม่ได้เป็นองค์กรของรัฐก็ตาม แต่การทำงานของ NGO มักจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการโดยขอทุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตามโครงการหรือวัตถุประสงค์ขององค์กร ฉะนั้นถ้าเราสมัครไปเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ได้สมัครเป็นอาสาสมัคร องค์กรก็จะมีค่าตอบแทนให้ตามแต่ตกลงกัน แม้ว่าจะเป็นการทำงานช่วยเหลือประชาชน แต่ทุกองค์กรรู้อยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ต้องอาศัยปัจจัยในการดำรงชีวิต แต่แน่นอนว่าค่าตอบแทนอาจไม่สูงมากอย่างในภาคเอกชน หากทำงานใน  NGO ที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศก็อาจจะมีค่าตอบแทนที่สูงขึ้นหน่อย โดยเรื่องค่าตอบแทนนี้ไม่ได้มีเกณฑ์แน่นอนอยู่ที่แต่ละองค์กรว่ามีความ สามารถในการให้เพียงใด และตกลงกันไว้อย่างไร แต่ได้เงินเดือนแน่นอน

ส่งท้าย

สิ่ง ที่เป็นแรงจูงใจในการทำงาน NGO จะต่างไปกับงานภาครัฐ และภาคเอกชนโดยสิ้นเชิง เนื่องจากงาน NGO ไม่ได้มีแรงจูงใจเรื่องความมั่นคงในชีวิต หรือค่าตอบแทนมากมาย แต่สิ่งที่เป็นแรงจูงใจสำคัญ คือ การช่วยเหลือผู้อื่น การสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น และเพื่อความยุติธรรมในสังคม ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากงานโดยตรง คือ การรับรู้ถึงปัญหาอันแท้จริงของสังคมในเรื่องต่างๆ ที่ได้ไปเกี่ยวข้อง และหลายครั้งคุณจะได้รับคุณค่าทางจิตใจ จากการให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับความยุติธรรมที่ควรได้รับ

หากใครเริ่มสนใจงาน NGO ขึ้นมาบ้างแล้วของแนะนำให้ลองติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ และการรับสมัครงานได้จาก http://thaingo.org/web/ หรือถ้าใครเจอองค์กรที่มีประเด็นที่สนใจจะร่วมงานก็ลองติดต่อองค์กรนั้นไป เลย เพราะเขาอาจกำลังหาคนอยู่ก็ได้ นอกจากนี้มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมได้จัดให้มีโครงการนักกฎหมายสิทธิมนุษย ชน  รับสมัครนักกฎหมายเป็นอาสาสมัครทำงานโดยมีค่าตอบแทน  ซึ่งหากใครยังไม่แน่ใจก็สามารถที่จะสมัครไปก่อนและไปฟังรายละเอียดของ องค์กรต่างๆที่ร่วมโครงการให้เราเข้าไปเป็นอาสาสมัครได้ ให้ รายละเอียดทาง  http://www.thaivolunteer.org/index.php/sample-sites-2/low-volunteer/80-6

Posted on May 13, 2011, in ชีวิตก่อนความตาย...จบกฎหมายแล้วไปไหน. Bookmark the permalink. 1 Comment.

  1. เขียนต่อไปนะคะ จะคอยติดตาม และเป็นกำลังใจให้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: