ชีวิตก่อนความตาย..จบกฎหมายแล้วไปไหน ตอน 4 ไปทำงาน ตอนย่อย 4.4 ทนายความ

สวัสดีครับน้อง ๆ พี่ได้รับมอบหมายมาจาก admin ของ Law on Real ให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวเรื่องอาชีพ ทนายความ

ต้อง ขอออกตัวก่อนว่า พี่เป็นทนายความอย่างเต็มตัวมาประมาณ 5 เดือนกว่าๆๆ เท่านั้น ดังนั้นพี่จึงไม่อาจตอบถึงแก่นแท้ของอาชีพทนายความได้ แต่พี่จะขอเล่าประสบการณ์ อันน้อยนิดของพี่ให้น้องๆๆ ฟัง ละกันนะครับ

พี่ คิดว่าวิชาชีพทนายความ เป็นอาชีพที่สามารถพัฒนาศักยภาพของน้อง ๆ ในทุก ๆ ด้านเลยนะครับ เช่น ด้านการรับฟัง และ การคิดวิเคราะห์ น้องต้องรับฟังข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไม่ว่าจากปากของลูกความ ปากของพยานที่พบเห็น จากเอกสาร และน้องต้องมาคิดวิเคราะห์ ว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือความเท็จ เพื่อปรับใช้กับกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด ในด้านนี้มันก็สนุกดีครับ เพราะถ้าลูกความ (คนจ่ายเงินให้เรา) เป็นคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจริงๆๆ ก็ต้องช่วยให้เข้าได้รับความยุติธรรมตามกฎหมาย แต่ถ้าลูกความเป็นคนกระทำความผิด เราก็ต้องช่วยให้ได้รับโทษตามความเหมาะสม กับความผิดที่เขากระทำ เช่นกัน

ในด้านการเขียน แน่นอนครับเป็นทนายความต้อง เขียน แต่ ใครๆๆ ก็เขียนได้ครับ เรียนมาสี่ปี เขียนตอบข้อสอบไม่รู้กี่ ร้อยข้อ แต่การเขียนเพื่อเอาคะแนน กับ การเขียนในอาชีพทนายความ มันต่างกันมาก เพราะการเขียนของทนายความเป็นศิลปะในการสื่อสารอย่างหนึ่ง เพราะเราต้องเขียนให้ศาลเห็นถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น มันจึงมีเรื่องการเลือกใช้คำ การใช้สำนวนภาษา ให้เหมาะสมกับ บุคคลและโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องฝึก ถึงจะเก่งได้

ใน ด้านการพูด การพูดก็เป็นการสื่อสารอีกชนิดหนึ่ง ที่ทนายความต้องฝึกฝน เพราะหน้าที่ของทนายความคือการพรีเซ็นต์ ให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงว่า ในคดีนี้ ความจริงคืออะไร พี่ชอบงานทนายความที่ตรงนี้แหละครับ เพราะถ้าเรามีหลักการในการประกอบวิชาชีนี้ที่ดี เรานำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ศาลทราบ ศาลก็จะสามารถตัดสินคดีได้อย่างเที่ยงธรรม แต่ถ้าเราเป็นทนายที่ไม่ดี ไม่สนใจถึงความถูกต้อง ต้องการชนะอย่างเดียว เราก็อาจนำเสนอข้อมูลให้ศาลบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ศาลก็ต้องติดสินคดีจากที่ทนายผู้นั้นเป็นคนเสนอ ความยุติธรรมก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น การฝึกพูดเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ พูดอย่างไร ถึงให้ศาลเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อ

สิ่งต่าง ๆ ที่พี่พูดมา เป็นเพียงบางด้านที่หากน้องเข้ามาเป็นทนายแล้วน้องจะเก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะน้องจะได้ฝึกทุก ๆ วัน แต่ที่พี่อยากจะบอกน้อง ๆ ก็คือ ถ้าน้องต้องการจะทำงานในสายวิชาชีพนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้พิพากษา อัยการ อาจารย์ นายก ฯลฯ ทุกอาชีพต้องการบุคคลที่มีศักยภาพ ในด้านต่าง ๆ ที่พี่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น หากน้องๆ ยังไม่รู้จะทำอะไร หรือ ไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร ลองเข้ามาเป็นทนายความดูสิครับ มันสนุกดีนะ

อย่า อ่านหนังสือสอบเนติอย่างเดียวเลย !!! พี่ว่า มันกดดันและเครียดมากก หากสอบตก ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าในระหว่างสอบเนติ มาฝึกทนายไปด้วย จะทำให้น้องสอบได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะ ในส่วนของ วิ.แพ่ง วิ.อาญา

สุด ท้ายพี่ขอฝากน้อง ๆ ว่า การเป็นทนาย จะเป็นการพัฒนาน้อง ๆ ในทุก ๆ ด้าน และจะทำให้น้อง เป็นบุคคลที่สามารถประกอบวิชาชีพ อื่น ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต เพราะน้องศึกษาจากการปฏิบัติจริง ได้เห็นของจริง ไม่ใช้ความรู้ที่ได้มาจากการอ่านหนังสืออย่างเดียว !!!!

“เป็นทนายได้อะไรมากกว่าที่น้องคิด”

โชคดีมีชัยทุก ๆ คนครับ

Posted on May 5, 2011, in ชีวิตก่อนความตาย...จบกฎหมายแล้วไปไหน. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: