แนะแนวทางล่าหา item เชือกสองเส้นแรก “เนติขาแพ่ง และอาญา”

เนื่องด้วยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้  หลักสูตรอันทำให้ชีวิตเหนื่อยยากกระชากวิญญาณจะได้เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เลยขออนุญาตเพื่อนคนหนึ่งที่จบเนติมาด้วยอันดับยี่สิบกว่า ขอนำบทความซึ่งเขาเคยเขียนแนะนำเกี่ยวกับการเรียนในชั้นเนติบัณฑิต มาปัดฝุ่นใหม่พร้อมแก้ไขเพิ่มเติม เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติต่อไป

  (หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อนคนนั้นได้เขียนมาจากประสบการณ์ของตัวเอง และการสอบถามจากผู้ตั้งใจเรียoเนติ แต่ทาง law on real ขอสงวนนามบุคคลทั้งหลายนั้นเอาไว้ และทั้งหมดนี้เป็นการเก็บสถิติและเป็น “ความเห็นส่วนตัว” เท่านั้น )

การ ศึกษาเนติบัณฑิตนั้น แต่ละรุ่นจะแบ่งเป็น 2 ภาคเรียน ภาคเรียนละ 2 วิชา ภาคเรียนที่ 1 ประกอบด้วยวิชากฎหมายแพ่ง และ วิชากฎหมายอาญา ส่วนภาคเรียนที่สองประกอบด้วยวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และ วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ละวิชาจะมีข้อสอบทั้งหมด 10 ข้อ (แต่ละข้อมีเรื่องอะไรบ้างจะอธิบายให้ทราบต่อไป) ให้เวลาสอบวิชาละ 4 ชั่วโมง

1. สำหรับคนเรียนเนติครั้งแรก จะสมัครเรียนเนติได้อย่างไร

อันดับแรก เมื่อเกรดออกครบและได้ใบเกรดฉบับสมบูรณ์แล้วก็ให้รีบสมัครเป็นนักศึกษาเนติ บัณฑิต โดยการสมัครเป็นนักศึกษาเนติบัณทิตทำอย่างไรนั้น สามารถเข้าไปอ่านดูได้ที่ http://www.thaibar.thaigov.net/Tabain/manual.html

โดย ในการสมัครเรียนนั้น เราจะต้องสมัครเป็นสมาชิกประเภท “ภาคีสมาชิก” โดยจ่ายค่าเรียนครั้งหนึ่งจะสามารถเรียนไปได้หนึ่งปี (สองภาค โดยเริ่มจากภาคหนึ่ง ดังนั้น คนที่สมัครเรียนที่ภาคสองเป็นเทอมแรก ต้องจ่ายค่าเรียนใหม่ในภาคเรียนที่ ๑)

ทั้งนี้ ค่าเรียนนั้นยังไม่รวม “ค่าสอบ” ที่จะเปิดให้ “สมัครสอบ” ซึ่งจะเปิดช่วงประมาณเดือนกรกฎา – สิงหาคม  **สำคัญมาก** เนื่องจากการสมัครเป็นนักศึกษาไม่ได้รวมถึงการสมัครสอบด้วย เราต้องสมัครสอบแยกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่สมัครสอบภายในกำหนดเวลาก็จะหมดสิทธิสอบ (เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอาจไปยื่นคำร้องขอสมัครสอบภายหลังเป็นกรณีพิเศษได้)

สำคัญไม่แพ้กัน***** กำหนดการปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่กับการปิดรับค่าธรรมเนียมนักศึกษาเก่านั้น ปิดไม่พร้อมกัน โดยการปิดรับชำระค่าธรรมเนียมของนักศึกษาเก่าจะดังนั้น คนที่เคยเรียนเนติมาแล้ว แต่ยังไม่จบ เมื่อเริ่มต้นภาคใหม่ต้องดูวันเวลาให้ดีๆ อย่าไปฟังคนที่เพิ่งเรียนเนติครั้งแรกเพราะอาจจะซวยได้

สำหรับปีการศึกษา 2554 นี้สามารถดูปฏิทินการศึกษาของเนติได้ที่ http://www.thaibar.thaigov.net/Calendar2554.pdf

2. เรียนเนติ อ่านอะไรดี

คำบรรยายเนติ : เขาว่ากันว่าสิ่งที่ควรอ่านมากที่สุดในการเรียนเนติก็คือหนังสือที่ชื่อว่า “รวมคำบรรยาย” ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ใช่การถอดเทปทั้งหมดจากสิ่งที่อาจารย์พูดในห้อง แต่เป็นการที่อาจารย์แต่ละท่านที่เป็นผู้บรรยายได้ทำชีทการบรรยายในแต่ละ ครั้งมาส่งให้กับทางสำนักอบรมเนติฯ เพื่อรวมเป็นล่มคำบรรยายในแต่ละอาทิตย์ (อาจารย์บางท่านก็ทำเป็นแค่สรุปคือน้อยกว่าที่บรรยายจริงในห้อง บางท่านก็ทำเกินกว่าที่บรรยายจริง) ผสมกับการถอดเทปนิดหน่อย รวมๆกัน ซึ่งหนังสือรวมคำบรรยายนั้นจะมีเฉพาะในส่วนของคำบรรยายภาคปกติ

อ้าว แต่ได้การเรียนเนติมันมีทั้งภาคปกติ ภาคค่ำ และก็ภาคทบทวนนี่นา อ่านแต่ภาคปกติจะสอบผ่านไหม?????

ในการออกข้อสอบของเนตินั้น อาจารย์ทั้งของภาคปกติและภาคค่ำมีสิทธิที่จะออกข้อสอบในวิชาที่ตนเองสอนได้ และจะมาลงคะแนนเลือกข้อสอบกัน ซึ่งหากต้องการทราบเนื้อหาในภาคค่ำนั้นก็มีหลายวิธี เช่น การไปเข้าเรียนเอง การซื้อ

คำบรรยาย MP3 มาฟัง หรือมีเอกชนบางแห่งจัดทำสรุปคำบรรยายภาคค่ำให้สมัครสมาชิกโดยมีค่าใช้จ่าย และบางทีในเว็บกฎหมายบางแห่งก็มีคนใจดีถอดคำบรรยายภาคค่ำมาให้อ่านฟรี ก็ต้องลองขยันหาเอานิดนึงเป็นธรรมดาของของฟรี

3. ข้อสอบเนติ ออกอะไร

ดัง ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าการศึกษาเนติบัณฑิตในภาคเรียนที่ 1นี้ประกอบด้วย 2 วิชา หรือที่ท่านมักเรียกกันว่า2 ขา นั่นเอง อันได้แก่ แพ่ง และ อาญา ข้อสอบวิชาละ 10 ข้อ ให้เวลาสอบ 4 ชั่วโมง จึงขอให้ข้อมูลแยกเป็นรายวิชา ดังนี้

(หมาย เหตุ สิ่งที่แนะนำ ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องอ่านอย่างอื่นแล้ว เพราะช่วงหลังๆมานี้ข้อสอบพลิกล็อกหลายครั้ง ขอให้อ่านไว้เป็นแนวทาง แต่อย่ายึดเป็นที่พึ่ง )

แพ่ง

1. ข้อ1 เป็นเรื่อง “ทรัพย์ หรือ ที่ดิน” (ส่วนใหญ่มักออกเรื่องทรัพย์ ตามปพพ.)

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.สมจิตร์ ทองศรี

2. ข้อ 2 เป็นเรื่อง “นิติกรรมสัญญา หรือ หนี้ หรือ ละเมิด”

3. ข้อ 3 เป็นเรื่อง “นิติกรรมสัญญา หรือ หนี้ หรือ ละเมิด”

>> ข้อ2 และข้อ3 เป็นเรื่อง “นิติกรรมสัญญา หรือ หนี้ หรือ ละเมิด” ขึ้นอยู่กับแต่ละปี จะมี 2 เรื่องที่ออกเป็นข้อสอบ อีก1เรื่องไม่ได้ออก

>> นิติกรรมสัญญา แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของอาจารย์อัครวิทย์ สุมาวงศ์ และ อ.ไมตรี ศรีอรุณ

>> หนี้ ไม่มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเข้าเรียน เพราะเรียนแล้วเข้าใจยาก ส่วนผู้ออกข้อสอบก็ไม่แน่นอนเท่าไรนัก อาจเป็นได้ทั้ง

อ.ไพโรจน์ วายุภาพ (ภาคปกติ) หรือ อ.ดาราพร ถิระวัฒน์ (ภาคค่ำ) อย่างไรก็ดี มีข้อดี (มั้ง)อยู่เรื่องหนึ่งคือ ในเรื่องหนี้นั้นไม่ค่อยมีฎีกามากเท่าไรนัก ดังนั้นท่านสามารถหาหนังสือที่ท่านอ่านแล้วเข้าใจหลักการในเรื่องหนี้ได้ เป็นอย่างดีมาอ่าน และท่องตัวบทไป ก็สามารถช่วยให้ท่านทำข้อสอบในข้อนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย

>> ละเมิด แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของอ. เพ็ง เพ็งนิติ หรือ บางท่านอาจไปหาซื้อหนังสือเล่มเล็ก ๆเป็นสรุปเรื่องละเมิดเขียนโดยท่าน อาจารย์เพ็งมาอ่านก็ได้เช่นกัน

4. ข้อ 4 เป็นเรื่อง “ซื้อขาย หรือ เช่าทรัพย์ หรือ เช่าซื้อ” (ข้อสอบจะออกเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น)

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.ฉันทวัธน์ วรทัต ท่านสอนทั้ง 3 เรื่อง ไม่ยาวมากและครอบคลุม

5. ข้อ 5 เป็นเรื่อง “ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ” (ข้อสอบอาจออกหลายเรื่องปนกันได้)

>> แนะนำว่าเข้าเรียนกับท่านใดแล้วรู้เรื่องถูกกับจริตของท่าน ก็เข้าเรียนกับท่านนั้นไป ส่วนเรื่องคำบรรยายนั้น ของอ.บัณฑิต จะสั้นและกระชับกว่าเนื่องจากเป็นการบรรยายภาคค่ำ แต่ก็ขอให้เข้าเรียนและอ่านคำบรรยายคาบสุดท้ายของอ.ปัญญา ไปเผื่อด้วย

6. ข้อ6 เป็นเรื่อง “ตัวแทน หรือ ประกันภัย หรือ ตั๋วเงิน หรือ บัญชีเดินสะพัด” (ส่วนใหญ่จะออกเรื่องตั๋วเงิน) >> แนะนำให้ *เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์* ข้อสอบส่วนใหญ่มักออกเรื่องตั๋วเงิน แต่ให้ตั้งใจฟังในคาบดีๆว่าอาจารย์จะพูดถึงว่ามีแนวโน้มที่เรื่องอื่นๆที่ เหลืออีก 3 ข้อจะถูกนำมาออกข้อสอบด้วยหรือไม่อย่างไร

7. ข้อ 7 เป็นเรื่อง “หุ้นส่วน หรือ บริษัท” (ข้อสอบอาจออกเรื่องใดก็ได้)

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.สุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์ และ อ.สหธน รัตนไพจิตร หรืออาจซื้อหนังสือเรื่องหุ้นส่วน-บริษัท เล่มสีแดง ของอ.สหธน มาอ่านก็ได้ (เราอ่านเล่มนั้น) ข้อสอบของอาจารย์สองท่านนี้มักได้รับเลือกเสมอ ส่วนจะออกเรื่องหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ไม่แน่นอน

8. ข้อ 8 เป็นเรื่อง “ครอบครัว และ มรดก” (ข้อสอบออกผสมกัน)

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.มล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ (อ.หม่อมพี่) โดยเฉพาะการบรรยาย(หมายถึงการบรรยายในห้องเรียน ไม่ใช่คำบรรยาย เพราะคำบรรยายอาจไม่ครบหรือตกหล่นบางเรื่องไป ซึ่งจะทำให้เสียหายมาก) ในคาบสุดท้าย อาจารย์จะพูดเป็นแนวสรุปสาระสำคัญในแต่ละเรื่อง อาจารย์จะพูดถึงส่วนเรื่องครอบครัวด้วย (แม้อาจารย์ไม่ใช่ผู้บรรยายเรื่อง ครอบครัว) >> สำหรับคนที่ขยันและอยากอ่านวิชาครอบครัว แนะนำให้ซื้อหนังสือสรุปเล่มเล็กๆ เขียนโดย อ.ประสพสุข บุญเดช มาอ่าน

9. ข้อ 9 เป็นเรื่อง “การค้าระหว่างประเทศ”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.อรรถนิติ  ดิษฐอำนาจ โดยเน้นเข้าเรียนและอ่านคำบรรยาย

>> วิชานี้ถึงแม้หลายคนอาจไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจไป มันไม่ยากอย่างที่คิด ทุกอย่างเรียนรู้กันได้ เราก็ไม่เคยเรียนมาก่อนเหมือนกัน

10. ข้อ 10 เป็นเรื่อง “ทรัพย์สินทางปัญญา”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.วัส ติงสมิตร แต่ทางที่ดีเข้าเรียนกับอาจารย์ท่านใด, อ่านคำบรรยายอันไหน แล้วรู้เรื่องก็แล้วแต่แต่ละบุคคล

>> ..เหมือนเดิม..ใครไม่เคยเรียนวิชานี้มาก่อนก็ไม่ต้องคิดมาก มันไม่ยาก จริงๆนะ ไม่ได้แค่หลอกให้ดีใจ เราก็ไม่เคยเรียนมาก่อนเช่นกัน

อาญา

(ส่วนที่อยู่ในป.อาญา จะแบ่งเป็นมาตรา)

1. ข้อ1 “มาตรา 1-59, 107-208” (มาตรา 107-208 ไม่ค่อยออกข้อสอบ..แต่ก็อย่าทิ้งนะคะ)

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.ชาตรี สุวรรณิน

2. ข้อ2 “มาตรา 59-106”

3. ข้อ3 “มาตรา 59-106”

>> ข้อ2 และ ข้อ3 แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ สองข้อนี้เป็นข้อที่เก็บคะแนนได้ ทำคะแนนได้ดี ไม่ยาก คล้ายๆกับที่เรียนในมหาวิทยาลัยแต่ประเด็นน้อยกว่า เรื่องที่ชอบออกก็พวก เจตนา (ประสงค์ต่อผล/เล็งเห็นผล), ประมาท, พลาด, ป้องกัน, จำเป็น, บันดาลโทสะ, ตัวการ, ผู้ใช้, ผู้สนับสนุน, พยายาม.. ประมาณนี้

4. ข้อ4 “มาตรา 209-287”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.วีระวัฒน์ ปวราจารย์

5. ข้อ5 “มาตรา 288-366”

6. ข้อ6 “มาตรา 288-366”

>> ข้อ5 และ ข้อ6 แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ สองข้อนี้ไม่ง่ายเท่าไหร่ เนื่องจากมีเรื่องที่อาจเอามาออกข้อสอบได้หลายเรื่อง เช่น ความผิดต่อชีวิตร่างกาย, ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ทั้งหลาย, ทำแท้ง, ข่มขืน, พรากผู้เยาว์, หมิ่นประมาท และอื่นๆ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะพอสมควร ยังไงก็สู้ตาย!

7. ข้อ7 “ภาษี”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม

8. ข้อ8 “แรงงาน”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.เกษมสันต์ วิลาวรรณ

9. ข้อ9 “รัฐธรรมนูญ”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคปกติ ของ อ.อธิคม อินทุภูติ และ อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เนื่องจากสถิติไม่ค่อยคงที่

10. ข้อ10 “ปกครอง”

>> แนะนำให้เข้าเรียน และ/หรือ อ่านคำบรรยาย ภาคค่ำ ของ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ มีข้อมูลว่าข้อสอบของอาจารย์มักได้รับเลือก

ข้อมูล ที่บอกมันเป็นแค่ “สถิติ” ที่ได้สอบถามจากรุ่นพี่และเป็นข้อมูลที่สืบทอดกันมา..รุ่นสู่รุ่น.. ได้แค่ขออวยพรให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่อันกระทบต่อการสอบผ่าน

หลายคนคง เคยได้ยินกันแล้วว่าเนฯเน้นฎีกามาก ซึ่งเราไม่เถียง แต่คงไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถจำได้ทุกฎีกาที่อาจารย์สอน ฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยท่านได้ก็คือ “หลัก” ถ้าหลักเราแม่นแล้วก็ช่วยให้เราเดาได้ถูกทาง จำเท่าที่จำได้ ทำให้ดีที่สุด แล้วก็ที่สำคัญ..ทำบุญเยอะๆ 555 — ข้อสอบเนฯเน้นหลัก อาจมีรายละเอียดแต่ก็แค่นิดๆหน่อยสำหรับบางเรื่องเท่านั้น ไม่ได้ละเอียดยิบย่อยและยากเว่อเหมือนบางวิชาในมหาวิทยาลัย

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ “ข้อสอบเก่า” มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า “เราเรียนเนติกันไปโดยมีเป้าหมายคืออยากสอบผ่าน การจะสอบผ่านได้ก็คือต้องทำข้อสอบได้ แต่เราไม่ดูข้อสอบมาก่อนเลย ไม่ค่อยซ้อมทำข้อสอบมาก่อนเลย มันก็ดูไม่ค่อยเข้ากับเป้าหมาย” หลายคนอาจบอกว่า ดูไปทำไม เนติไม่ออกข้อสอบซ้ำ ใช่แล้ว เนติไม่ออกฎีกาซ้ำ แต่หลักกฎหมายมันก็มีอยู่แค่นั้นมันต้องซ้ำแน่ๆ ถ้าเราไม่เคยเห็นแนวทางการตอบมาก่อน ไปถึงห้องสอบมันก็จะเรียงถ้อยคำไม่ค่อยออก จะเขียนยังไงให้กระชับและเขียนทันสิบข้อในเวลาสี่ชั่วโมง ข้อสอบเก่าเป็นแนวทางที่ดีมากๆ แนวทางหนึ่ง และถ้าแนวหลักกฎหมายเดิมมันออกซ้ำ แต่เราทำผิดเพราะไม่เคยอ่านข้อสอบเก่ามาก่อน มันก็น่าเจ็บใจเปล่าๆ

ถาม ว่าถ้าอ่านหนังสือ(คำบรรยาย)ไม่ทัน ทำไงดี? ไม่รู้ฎีกา.. ตายแน่.. ไม่ต้องเครียด อ่านไม่ทันก็ “ช่างแม่ง” ไม่ต้องไปสนใจคำบรรยายแล้ว ก็มันไม่ทันหนิ จะให้ทำไงว้า.. อันไหนที่อ่านไม่ทัน *อย่าทิ้ง* ให้พยายามท่องตัวบทที่เป็นหลักในเรื่องนั้นๆไปให้ ได้มากที่สุด แล้วก็เขียนอะไรก็ได้ลงไป การเขียน=การทำให้เรามีโอกาสได้คะแนน.. 1 คะแนน ก็ยังดี.. ถ้าคิดจะทิ้งข้อไหนไปโดยสิ้นเชิงไม่แตะไม่ดูแม้แต่ตัวบทเลย ขอให้ลองคิดดูว่าถ้าน้องสอบตกด้วยคะแนน 49 คะแนน มันจะรู้สึกเจ็บใจแค่ไหน..

ด้วยความปรารถนาดีจาก Law on real

Posted on May 4, 2011, in เรื่อยเปื่อย...เรื่อยไป. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: