ชีวิตก่อนความตาย….จบกฎหมายแล้วไปไหน ตอน 4 ไป….ทำงาน ตอนย่อย 4.2 “In-house lawyer”

ห่างหายจากการเขียนบทความไปนานมากๆๆๆๆ จนเกือบบิวด์อารมณ์ตัวเองมาเขียนบทความนี้ไม่สำเร็จ ;P

เข้าเรื่องเลยล่ะกันนะ…

วันนี้เราจะมาพูดกันถึง in-house lawyer

คำที่ถ้านอกวงการได้ยินก็อาจจะงงๆ แบบว่าแมร่งงง อะไรว้าาา แต่ถ้าเป็นในวงการก็คงร้อง อ๋อ กันเป็นแถว

อ้าว แล้วมันคืออะไรล่ะ ?

in-house แปลตรงตัวว่า “ในบ้าน” (????)  ….in-house lawyer ก็คือ นักกฎหมายที่อยู่ในบ้าน หรือ นักกฎหมายประจำบริษัท นั่นเอง

พูด ง่ายๆ ถ้าเทียบกับ law firm ….Law firm เป็นสำนักงานกฎหมายที่เป็นที่ปรึกษาของบริษัท แต่ไม่ใช่คนหรือพนักงานของบริษัท แต่ถ้า in-house เนี่ยจะเป็นพนักงานของบริษัทนั้น รับค่าจ้างจากบริษัทนั้น เป็นแผนก ๆ นึงในบริษัทนั้นเลย

ส่วนเรื่องที่ว่า มี Law firm ทำไมต้องมี in-house อีกล่ะ ? ….อันนี้เด๋วเราจะพูดกันต่อไป

เอา จริงๆ มันก็คือ นิติกรประจำบริษัท คล้ายๆกับนิติกรราชการในตอนที่ 4.1 นั่นแหละ แค่เปลี่ยนนายจ้างจาก ภาครัฐ (ส่วนราชการต่างๆ) มาเป็นภาคเอกชน (บริษัท) แทน

จะมาเป็น in-house ได้อย่างไร?

อ้ายที่ ว่ากันไปตั้งแต่ตอนที่ 1 2 3 เนี่ย …ป.โท ตั๋วทนาย เนติฯ เอาจริงๆแทบจะไม่มีผลอะไรกับอาชีพๆนี้เลย เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ แล้วแต่ลักษณะงานและบริษัทจะ require ล้วนๆ แต่โดยปกติ แค่จบปริญญาตรี (ไม่ต้องเกียรตินิยม) มาก็เป็นได้ (ถ้าเขารับคุณ) หรือถ้าจะหรูขึ้นมาหน่อยอาจจะเรียกร้องตั๋วทนายหรือ ป.โท ก็เป็นได้ (แต่เนติเนี่ย คงไม่เอาแน่ๆ เพราะไม่รู้จะเอาไปทำติ่งอะไร !)

อย่างไร ก็ตาม สิ่งเหล่านี้เนี่ย อาจมีผลต่อฐานเงินเดือนของเรา เช่น ปกติอาจได้เงินเดือน X บาท แต่ถ้าคุณมีตั๋วทนาย คุณอาจจะได้เงินเดือนเป็น X + 3000 บาท หรืออะไรก็ว่าไป… แต่มันก็แล้วแต่บริษัทนะ บางบริษัทอาจไม่ดูพวกวุฒิเหล่านี้เลย ยกเว้น ป.โท ที่เงินเดือนสตาร์ทต้องแตกต่างจากพวก ป.ตรี อยู่แล้ว

เห็นมั้ย? เส้นทางในการมาเป็น in-house ดูไม่ลำบากเลยถ้าเทียบกับอาชีพอื่น….. จบ ป.ตรี มาก็ดูเหมือนจะโอเคแระ

แต่ ค่ะแต่ …อย่าลืมข้อนึงไปว่า แม้ว่าบริษัทจะมีอยู่เป็นร้อยเป็นพันบริษัทที่ต้องการจะรับ in-house แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้ต้องการเนติฯ ไม่เอา ป.โท ไม่สนตั๋วทนาย …แต่ยิ่งวุฒิที่เค้า require ยิ่งน้อยเท่าไหร่ คู่แข่งของคุณก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น !

การจะเข้าสู่อาชีพนี้ หลังจากที่คุณได้ปริญญาตรีมานึงใบ ก็คือต้องสมัครงาน ซึ่ง โอ้โห! สมัยนี้ มันสะดวกสบายมากๆๆๆ ไม่จำเป็นต้องเดินหาทีละบริษัท ไม่จำเป็นต้องไปยื่น resume ถึงบริษัทแต่ละแห่ง เพราะ “อินเตอร์เน็ต” ช่วยคุณได้ !!!

เกือบ 80% ที่บริษัทสมัยนี้จะใช้สื่อทางอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะให้คุณสมัครทาง website ของบริษัทเอง หรือส่ง resume ไปทาง E-mail (….ไม่แน่ใจว่าเรื่องจากทำ resume นี้ ทาง Admin ใหญ่ของ Law on real จะทำรึป่าวนะคะ ;P) ซึ่งถ้าเค้าต้องการรับคนและดูๆแล้วว่าคุณก็เข้าเค้า ทางบริษัทก็จะนัดคุณสัมภาษณ์ ซึ่งขั้นตอนของการสัมภาษณ์นี้ขอไม่พูดถึงล่ะกัน เพราะแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการคัดเลือกคนที่แตกต่างกันออกไป บางแห่งอาจจะให้ทำข้อเขียนด้วย บางแห่งอาจสัมภาษณ์อย่างเดียว แต่อาจสัมภาษณ์เรื่องกฎหมาย หรืออาจแค่เรื่องทั่วไป หรืออาจสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ไทย ญี่ปุ่น เนปาล อินเดีย จีน ฯลฯ หรืออะไรก็ว่าไป….

ลักษณะงานของ in-house เป็นอย่างไร ?

จริงๆ เรื่องนี้ค่อนข้างอธิบายยากมาก เพราะเมื่อแต่ละบริษัทจับธุรกิจกันคนละประเภท เพราะฉะนั้นลักษณะงานมันก็อาจจะแตกต่างกันออกไปตามธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ……แต่เท่าที่คนเขียนบทความนี้สังเกตงานของ in-house ก็อาจแบ่ง(เอง) ได้เป็น 3 ส่วน คือ

(1) Contract คือ พวกงานเกี่ยวกับสัญญาทั้งหลาย เช่น ถ้าเราจะทำเซ็นสัญญากับบริษัทคู่ค้า เนื้อหาของสัญญาควรจะมีอยู่อย่างไร หรือถ้าเราจะเอางานของเราที่มีอยู่ไปจ้างช่วงจะทำอย่างไร สัญญาซื้อขาย เช่า รับจ้าง จ้างทำของ สารพัดสารเพเนี่ยรวมอยู่ที่นี่ ซึ่งตรงส่วนงานนี้ บางบริษัทอาจต้องการความเชี่ยวชาญเรื่อง “ภาษา” เป็นพิเศษ

(2) Litigation คือ พวกงานคดีทั้งหลาย ทั้งที่เราฟ้องคนอื่น คนอื่นฟ้องเรา เราอยากจะฟ้องคนอื่น เขียนคำฟ้อง คำร้อง เตรียมคดี ขึ้นศาลลลล

(3) งานในส่วนของ Corporate อย่างพวก Company Secretary ซึ่งสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ตรงนี้อาจจะสำคัญมากเหมือนกัน เพราะกฎ กลต. กฎตลาดเนี่ย มันมีมากมายเหลือคณานับ ต้องส่งเอกสารโน่น เปิดเผยนี่ ยิ่งช่วงจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) นี่ ส่วนงานนี้อาจต้องอดหลับอดนอนกันเลยทีเดียว

….ว่ากันไปว่ากันมา รู้สึกมั้ยว่ามันก็คืองานที่บริษัทไปว่าจ้าง Law firm มาทำนั่นแหละ !

แล้วทำไม ต้องมีทั้ง law firm ทั้ง in-house ?

….จะ ว่าไปจริงๆแล้วเนี่ย งานที่บริษัทจะไปจ้าง law firm ทำอย่างหนึ่งเลยคืองานที่ complicate มากกว่างานปกติ หรืออาจจะเป็นดิวใหญ่ มีมูลค่าสูง ต้องการความรอบด้านมากๆ หรืออย่างพวกงานคดีนี่ ถึงแม้ว่าจะจ้าง law firm มาช่วยทำ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ไม่ต่างอะไรกับทำเองเลย (แถมดีไม่ดี ทำเองอาจจะดีกว่า เพราะเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆมากกว่า อย่างถ้าบริษัทของเราเลี้ยงกุ้ง ….Law firm ที่ไหนจะไปรู้กฎหมายเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งว่าต้องทำอะไรยังไงบ้างจริงมั้ย คะ? ก็ต้องไปศึกษากันใหม่หมด ในขณะที่ in-house อย่างเราๆเนี่ย ทำงานเรื่องนี้มาตลอดเวลา รู้กฎหมาย กฎระเบียบ ลามลงไปถึงเทศบัญญัติแล้วว่ามีอะไรบ้าง เรียกว่า รู้ลึกรู้จริง ราวกับเป็นกุ้งซะเองแล้ว !)

กลับมาๆ เอาเป็นว่างานที่ in-house ในบริษัททำ กับงานที่บริษัท(ของเรา)จ้าง Law firm ทำอาจไม่ต่างอะไรกันมาก …..แต่งาน in-house กับงาน Law firm ก็ยังต่างกันมากอยู่ดี โดยเฉพาะในเรื่องของ “ความหลากหลาย” ของงาน เพราะงาน in-house เนี่ย บางทีก็จะค่อยข้างจำเจ ใช้กฎหมายแบบไหน สัญญาแบบไหน ก็ใช้อยู๋อย่างนั้นแหละ เปลี่ยนแปลงไปไม่มาก ..ในขณที่ Law firm เนี่ย อาจจะถูกจ้างโดยหลายบริษัท หลากธุรกิจ เพราะฉะนั้นรูปแบบงานก็อาจจะมีมากกว่า ใช้กฎหมายหลากหลายกว่า ….ซึ่งต่อไปเราคงได้มาเจาะลึกเรื่อง Law firm ในตอนที่ 4.3

มีเรื่องอะไรอีกล่ะ ….. ?

งึมๆๆ …

คิดไม่ค่อยออกแระ …ใครอยากรู้อะไรถามมาแล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะมาตอบให้อีกที

ป.ล. เงินเดือน …แล้วแต่ที่ค่ะประมาณหมื่นอัพ แต่ถ้าเป็นบริษํทใหญ่ๆ อาจเริ่ม start ที่ 15000 บาทอัพ

ป.ล. 2 สำหรับคนที่ทำอย่างอื่นไปด้วย เช่น เรียน ป.โท สอบเนติ์ …in-house อาจเป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจสำหรับคุณ เพราะ(บาง)บริษัทงานอาจไม่หนักเท่ากับ Law firm(บางแห่ง) แต่อยากให้ระลึกไว้อย่างหนึ่งว่า ทุกบริษัทเวลารับคน เขาต้องการคนที่มาอยู่กับองค์กรของเขาจริงๆ ไม่ใช่มาอยู่เพื่อฆ่าเวลาในการทำอะไรสักอย่าง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเลือกที่จะทำสองอย่างพร้อมกัน ก็น่าจะต้องพยายามเต็มที่กับงานด้วย ไม่ใช่เต็มที่กับเรียนของคุณอย่างเดียว งานก็เอาแค่ผ่านๆไป …แบบนี้มันไม่ win-win อ่ะค่ะ

ป.ล.3 คิดไป พิมพ์ไป ไม่ได้ทวนเลย ถ้าอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ (-/\-)

ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน หรืออยากถามอะไรเพิ่มเติม ฝากไว้ได้ เดี๋ยวมาตอบเรื่อยๆค่ะ (^-^)

Posted on April 24, 2011, in ชีวิตก่อนความตาย...จบกฎหมายแล้วไปไหน. Bookmark the permalink. 2 Comments.

  1. อย่างเด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์ เค้าจะรับป่าวครับ แล้วอีกอย่างเราเข้าไปทำงาน ด้านการเทรนงานตอนเริ่มแรกจะเป็นอย่างไงบ้างอ่ะครับ

  2. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆแบบนี้นะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: