ชีวิตก่อนความตาย…จบกฎหมายแล้วไปไหน ตอนที่ 1 เนติบัณฑิต

บทความนี้เขียนขึ้นแด่คนที่เพิ่งเรียนกฎหมายจบ

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งหรือเป็นเทพอะไรมาจากไหน แค่เป็นนักศึกษากฎหมายและ legal officer คนหนึ่งที่มองเห็นสภาพความเป็นไปของคนที่เข้ามาเรียนกฎหมายแล้วรู้สึกว่ามัน อาจจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นในวงการ

ทางก้าวเดินของนักกฎหมายไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่หลายครั้งที่เราจำยอมทนเดินไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม โดยที่เราเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรายอมเจ็บตัวไปเพื่ออะไร

ในขั้นนี้จะไม่ขอกล่าวถึงการเรียนในระดับปริญญาตรี แต่จะข้ามมาที่ชีวิตหลังได้ชื่อว่า “จบการศึกษา”

หลายคนเปรียบเทียบว่าชีวิตเหมือนการเดินทาง และมันก็เป็นการเดินทางที่ควรจะมีเป้าหมายซะด้วย

การเดินเก็บนั่นเก็บนี่ไประหว่างทาง โดยคิดไปเองว่าคุณจะต้องใช้มันเพื่อไปถึงเป้าหมาย มันอาจจะทำให้คุณเหนื่อยเกินไป

แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่ากับ “การตั้งเป้าหมายผิด” หรือ “หลอกตัวเองว่าสิ่งนั้นคือเป้าหมาย”

เวลาที่ฉันอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง ฉันจะต้องพบกับคำว่า เป้าหมายๆๆๆๆๆ เต็มไปหมด มันทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก

เป้าหมายอะไรกัน ทำไมชีวิตคนเรามันจะต้องไขว่คว้าหาอะไรอยู่ตลอดเวลา ใช้ชีวิตให้มันสบายๆ สิ

แต่เมื่อลองได้ใช้ชีวิตแบบไม่มีเป้าหมายอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ได้พบว่า นอกจากชีวิตจะเป็นเหมือนการเดินทางแล้ว มันยังเป็นการเดินทางขึ้นภูเขา ที่มีความท้าทายและมี item ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละขั้น บางครั้ง เราก็กำหนดเองไม่ได้ ว่าจะให้การเดินทางผ่านไปแต่ละจุดพักใช้เวลานานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เราไม่สามารถใช้ชีวิตที่จุดพักได้นานนัก เพราะอีกไม่นานจะมีคนเดินทางมาถึงจุดเดียวกับคุณ

และถ้าเขายังคงเดินทางต่อไป คุณนั่นแหล่ะจะเป็นคนที่รั้งท้าย

ถ้าคุณยอมรับสภาพนั้นได้ คุณไม่จำเป็นต้องอ่านต่อ

กลับมาที่เรื่องกฎหมาย

คนจบกฎหมายส่วนใหญ่มักจะเรียนเนติ์ต่อ

การเรียนเนติ์ให้ฉันหลายสิ่ง อย่างน้อยก็ได้ตำรากฎหมายจากปรมาจารย์ชั้นเทพที่ราคาถูกที่สุดในประเทศไทยมากองไว้ที่บ้าน มีปัญหาอะไรก็เปิดดูได้เสมอ

การเรียนเนติบัณฑิตทำให้ฉันเคยมีรายได้เล็ก ๆ น้อยๆ จากการสอนพิเศษ แต่เนื่องด้วยเหตุผลหลายอย่าง ฉันจึงหยุดทำมันไป

นอกจากนั้น วุฒิเนติบัณฑิตยังสามารถอัพฐานเงินเดือนของ paralegal หรือ lawyer ใน law firm บางแห่งได้อย่างมากอย่างไม่น่าเชื่อ

บางครั้งวุฒิเนติบัณฑิตก็เป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งในการสมัครเป็นนักกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชนบางแห่ง

แต่ ที่สำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้ คือ เนติบัณฑิต  คือด่านที่คุณจะต้องผ่านไป ก่อนที่จะไปเจอกับด่านใหญ่ที่เรียกว่า การสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา หรือ อัยการผู้ช่วย

มันดูเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรใช้เวลากับมันนานเกินไป จนไม่ได้ไปทำอย่างอื่น

เปรียบเสมือนมันเป็นเชือกเส้นหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยเชือกเส้นเล็ก 4 เส้นนำมาเข้าเกลียวกัน (4 เส้นนั้นก็คือ 4 วิชาที่คุณต้องเก็บได้) ที่หากคุณมีไว้ มันก็จะช่วยคุณได้ในบางโอกาส

แต่ถ้าทางของคุณคือผู้พิพากษา อัยการ คุณก็จำเป็นที่จะต้องมีมัน

แต่ถ้าหนทางของคุณไม่ต้องใช้เชือก แต่เป็นทางรกๆ หรือต้องข้ามน้ำ มันก็อาจไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้ คุณจำเป็นต้องมี item อื่น

ปัจจุบันมีนักกฎหมายใน law firm หลายคนที่มีรายได้สูง แต่ไม่ได้เรียนเนติ์

มีข้าราชการตำแหน่งนิติกรหลายคนที่ไม่ได้จบเนติ์

ใช้เวลาเก็บ item เชือกของคุณโดยไม่ทำอย่างอื่นแค่ 1 ปี ก็พอ ถ้ายังไม่ได้ครบ หรือยังไม่ได้เลย อยากให้ไปทำอย่างอื่นด้วย

เพราะในระหว่างทาง คุณอาจเก็บเชือกเส้นเล็ก ที่ทำให้คุณได้เชือกมาครอบครองได้ โดยไม่จำเป็นต้องตามหามันโดยไม่ทำอย่างอื่นเลย

โอกาสต่อไปจะพูดถึง “ตั๋วทนาย”

Posted on April 24, 2011, in ชีวิตก่อนความตาย...จบกฎหมายแล้วไปไหน and tagged , , , . Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: